ตะลอนทัวร์อีสานตอนล่าง5วัน4คืน

จากที่ได้ขับรถเที่ยวล่องใต้ช่วงหยุดปีใหม่ ทำให้รู้สึกติดใจกับการขับไปเที่ยวไป เพราะเคยฝันมาตอนเด็กๆว่าอยากเดินทางเที่ยวทั่วไทย (สมัยนั้นมีแค่ 73 จังหวัดเอง) ปีใหม่ที่ผ่านมานี้ก็เลยวางแผนขับรถเที่ยวในเส้นทางอีสานดูบ้าง แต่ด้วยเวลาที่จำกัดคงไม่สามารถเที่ยวทั่วอีสานได้ จึงขอเลือกอีสานตอนล่างสำหรับเวลา 5 วัน 4 คืนในทริปนี้ครับ

screen-shot-2560-03-05-at-10-16-22-amทริปนี้ตั้งใจว่าจะเริ่มออกเดินทางแต่เช้า แต่เอาเข้าจริงได้ออกเดินทางก็เกือบ  10.30 โดยมีจุดหมายปลายทางแรก คือจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปกติคนส่วนใหญ่จะเดินทางผ่านสระบุรีกัน แต่ผมเลือกไปทางเส้น  304 ผ่านอรัญประเทศ จากนั้นตัดเข้าบุรีรัมย์ เพื่อได้เดินทางกับเส้นทางใหม่ๆที่ไม่เคยไป

20161230_122607พักเที่ยงทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหาร กาฟงกาแฟ บนเส้น 304  เป็นร้านที่ผมฝากท้องไว้ทุกครั้งที่ต้องเดินทางมาทำงานเส้นทางนี้ อาหารรสชาติดี ที่สำคัญขนมปังสังขยานั้น หนานุ่มแถมสังขยายังหอมหวานอร่อยด้วยครับ

20161230_171200อิ่มท้องก็รีบมุ่งหน้าไป ปราสาทเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจะผ่านก่อนเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ แต่ด้วยจำนวนรถที่เดินทางร่วมเส้นทางมีมาก กว่าจะไปถึงทางเข้าปราสาทก็ 5.15 แล้ว (พระอาทิตย์ตกประมาณ 5.45)

เดินชมความงามของปราสาทเขาพนมรุ้งจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จำนวนคนเข้าชมปราสาทดูบางตาเนื่องจากใกล้มืดแล้วซึ่งทำให้สามารถบันทึกภาพแบบเห็นตัวปราสาทมากกว่าคน จากนั้นก็เดินเข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์ เพื่อนอนพักผ่อนหลังจากขับมายาวนานกว่า 8 ชม.

screen-shot-2560-03-05-at-10-34-00-amเช้าวันที่2 ในเมื่อมาถึงเมืองบุรีรัมย์ ถ้าไม่ได้แวะเยี่นมชมปราสาทสายฟ้า (สนามฟุตบอลของทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด) ก็เหมือนยังมาไม่ถึงเมืองบุรีรัมย์

20161231_094053thunder-castleเนื่องจากตัวปราสาทสายฟ้ากำลังอยู่ในระหว่างจัดเตรียมงานสวดมนต์ข้ามปีนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2560 ซึ่งจะมีการยิงสไลด์และเลเซอร์แบบจัดเต็ม ตัวปราสาทเลยโดนปิดด้วยผืนผ้าสีขาวเพื่อให้สามารถเห็นภาพสไลด์ได้ชัด ก็เลยได้บรรยากาศอีกแบบ (รูปขอยืมมาจาก http://travel.trueid.net/detail/31396)

20161231_13253620161231_125447จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุรินทร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องช้าง โดยแวะศูนย์คชศึกษาจังหวัดสุรินทร์ มีการแสดงโชว์ช้างแบบจัดเต็ม จำนวนช้างเยอะมากครับ บรรยากาศเป็นแบบไทยบ้านๆ เมื่อเทียบกับบ้านช้างที่อยุธยาหรือเชียงใหม่ เพราะสองที่หลังเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า

ออกจากศูนย์คชศึกษา จังหวัดสุรินทร์ ก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี โดยตั้งใจขับเลยตัวเมืองไปเพื่อชม วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า วัดเรืองแสง ซึ่งจะมีความงดงามหลังอาทิตย์ตกดิน เพราะสีที่ใช้ในการวาดต้นกัลปพฤกษ์บนประตูอุโบสถนั้นเป็นสีเรืองแสง

lrg_dsc00927ภาพนี้ถ่ายไปประมาณ 20กว่ารูป มีรูปนี้ที่ออกมาดูดี แต่ไม่ได้ใช้กล้องมือถือนะครับ เพราะถ้ากล้องมือถือคงไม่สามารถออกมาได้ขนาดนี้ ต้นกัลปพฤกษ์สีเขียวที่เห็นนั่นแหละครับที่บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายมาเพื่อชมความงดงามหลังอาทิตย์ตกดิน เป็นอันจบการเดินทางของวันที่ 2

วันที่ 3 เรายังคงอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เพราะมีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เริ่มเช้าด้วยไข่กระทะ ร้านสามชัยซึ่งมีชื่อเสียงของจังหวัด เจ้าของกำกับดูแลผ่านไมค์กระจายเสียงเองเลยครับ

อิ่มท้องเสร็จ ก็ขับรถมุ่งหน้าสู่ ผาแต้ม บรรยากาศแบบเปิดโล่ง ร้อนได้ใจครับ จริงๆมีเส้นทางเดินชมภาพโบราณบนหินผา และธรรมชาติ ซึ่งต้องเดินเป็นเวลาชั่วโมงกว่า แต่ด้วยประชากรแบบเด็ก สตรี และคนชรา เลยเอาแค่ได้เห็นสักภาพ สองภาพก็พอครับ

ก่อนขับออกจากผาแต้ม จะผ่าน จุดชมวิว เสาเฉลียง ซึ่งเป็นหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มีรูปทรงที่เหมือนเห็ด ให้แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน

20170101_15115320170101_152413จุดหมายต่อไปนั้น เป็นจุดที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดอุบลราชธานี นั่นก็คือ สามพันโบก การชมความงามของสามพันโบกซึ่งกว้างใหญ่ ถ้าจะเดินก็ดูจะร้อนมากกว่าจะไปจากจุดจอดรถเพื่อไปถึงจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ต่าง จึงตีตั๋วรถสองแถว ที่จะขับลุยหลุม แอ่งพาเราไปสักระยะทางหนึ่ง แล้วให้เราเดินเที่ยวชมเสร็จ ก็เอาหางตั๋วนั่งกลับมาเป็นการทุ่นแรง เพราะยังต้องมีการปีนป่ายกันอีกมาก

เนื่องจากสภาพเกาะแก่งที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำมาเป็นเวลานาน เมื่อน้ำลดลงก็ทำให้เห็นความแปลกตาของหินใต้น้ำ ที่บางจุดจะเป็นหลุมบ่อที่เราสามารถจินตนาการเป็นรูปมิคกี้เม้าท์ บางจุดก็จะเป็นรูปทรงหัวสุนัข ต่างๆนาๆ  ตามแต่จินตนาการ แนะนำให้ไปหลังบ่าย4.30 จะดีกว่าครับ เพราะแสงที่ลงเพื่อบันทึกภาพจะเป็นใจมากกว่า และไม่ร้อนจนเกินไปกับการปืนป่าย

20170101_170006จากสามพันโบก ห่างไปอีกประมาณ 30 นาทีจะมีจุดท่องเที่ยวใหม่ที่เรียกกันว่า หาดชมดาว ผมกลับชอบที่นี่มากกว่า เพราะยังไม่มีนักท่องเที่ยวมากเท่าสามพันโบก และยังมีความเป็นธรรมชาติที่ไม่มีร้านค้ามากมาย มาแก่งแย่งกันขายของ

เนื่องจากไม่มีฝูงชนและพ่อค้าแม่ค้ามาก ประกอบกับอากาศที่เย็นลง มีลมพัดโบก ไกด์ท้องถิ่นตัวน้อย ก็พาเราปีนป่ายเพื่อไปชมความงามตามจุดต่างๆของหาดชมดาว ในขณะที่แสงอาทิตย์กำลังทอแสงงดงาม เป็นภาพที่ประทับใจมากครับ คนขับรถที่ขับพาเราลงไปหาดชมดาวนั้นบอกว่า เราสามารถกางเต้นท์นอนได้ เพราะความงดงามอีกแบบในยามค่ำคืน จึงได้เรียกกันว่า หาดชมดาว ไว้มีโอกาสจะแวะมาอีกแน่นอนครับ

screen-shot-2560-03-05-at-11-42-07-amวันที่ 4 ของการเดินทางนั้น วางแผนเดินทางเขยิบเข้าใกล้กรุงเทพเพิ่มมากขึ้น โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นจังหวัดร้อยเอ็ด สาเหตุที่เลือกแวะจังหวัดนี้ เพราะไปอ่านเจอบทความของคุณ Chilljourney ในพันทิป https://pantip.com/topic/33839211 จนความอยากเกิดขึ้น

เติมอาหารเช้าที่ร้านครัวไซง่อน ซึ่งเพื่อนที่จังหวัดอุบลราชธานี แนะนำให้มาที่ร้านนี้ ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่คงไม่รู้ครับ ส่วนใหญ่ก็จะฝากท้องกับ Wongnai แต่ผมว่าพักหลังๆ หลายๆที่ที่ไปก็ไม่ถูกปากถูกใจตามที่รีวิวไว้

เพื่อนแนะนำให้แวะโครงการม่วงสามสิบ ก่อนไปจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อซื้อเมล่อนและชมฟาร์มออแกนิก จิบกาแฟก่อนขับรถกันยาวนานอีกครั้งเพื่อไปชมวัดสวยงามของจังหวัดร้อยเอ็ด

20170102_132436วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม (ผาน้ำย้อย) เป็นวัดที่ ประดิษฐานพระมหาเจดีย์ชัยมงคลใหญ่ ภาพที่ผมถ่ายออกมาได้แค่นี้ครับ แต่ภาพที่คุณ Chilljourney ถ่ายออกมานั้น สวยงามจนผมต้อมาเยี่ยมชม เนื่องด้วยเป็นช่วงเทศกาล ประชาชนมาวัดกันมาก และรถติดมากระหว่างขับเข้าวัด เสียเวลาไปหนึ่งชั่วโมงเต็มกับระยะทางสั้นๆ

1435296970-process108-oอันนี้เป็นรูปที่ผมเห็นของคุณ ChillJourney ครับ

ออกจากวัดผาน้ำทิพย์ก็มุ่งตรงไปวัดป่ากุงหรือวัดประชาคมวนาราม เพื่อชมเจดีย์หินทรายธรรมชาติแห่งแรกในประเทศไทย โดยจำลองแบบมาจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย แต่ไปถึงหาเจดีย์ไม่เจอครับ เห็นแต่สระน้ำ ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนะครับ

สอบถามคนแถวนั้น ถึงได้ทราบว่าเจดีย์หินทรายนั้น ต้องเดินจากมุมสระน้ำไปอีกหน่อยถึงเห็นเจดีย์ครับ ยังดีที่ฟ้าไม่มืดเสียก่อน เป็นอันจบการเดินทางอีสานตอนล่างวันที่ 4 นี้ ก่อนเข้าพักที่ตัวเมืองร้อยเอ็ดเพื่อเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯในวันพรุ่งนี้

วันที่ 5 นั้นขับกลับกรุงเทพฯอย่างเดียว ออกจากร้อยเอ็ดตี5 ถึงกรุงเทพฯ 5 โมงเย็น เพราะทุกคนต่างมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯกัน การขับไปเที่ยวไปตามภูมิภาคต่างๆของเมืองไทยนั้น ผมว่ามีเสน่ห์มาก เพียงแต่ถ้าเลือกเดินทางในช่วงเทศกาล ก็จะเกิดความเครียด หรือเมื่อยล้าจากจำนวนรถร่วมทาง ถ้าเราสามารถเลี่ยงช่วงเวลานี้ได้ การเดินทางเที่ยวทั่วไทยก็คงจะมีความสุขสนุกไม่แพ้การเดินทางขับรถเที่ยวในประเทศนิวซีแลนด์เลยทีเดียว

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s