Arambros เยือนเมือง 2 ทวีป อิสตันบูล Part 2

image

เช้าวันที่สองในอิสตันบูล สายฝนก็ตกต้อนรับกันตั้งแต่เช้าซึ่งเป็นไปตามพยากรณ์ที่ผมตรวจเช็คมาก่อนเดินทาง แต่ก็คอยแอบหวังในใจว่าตกซักพักเดี๋ยวก็คงหยุด แต่นั่งรอไปจนเริ่มสายก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกก็เลยตัดสินใจว่าวันนี้ไปเที่ยวกันท่ามกลางสายฝนเลยแล้วกันครับ พระราชวังท็อปปกาปิ (Topkapi Palace) เป็นจุดหมายแรกในวันนี้ที่เราจะไปกัน พระราชวังอยู่ไม่ไกลจากวิหารเซนต์โซเฟียที่เราไปกันมาเมื่อวาน

DSC_9282

Topkapi Palace ในวันฝนพรำ

ดูเหมือนสายฝนจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลาย เมื่อเราไปถึงยังทางเข้าก็พบนักท่องเที่ยวต่อคิวกันยาวเหยียดเพื่อซื้อบัตรเข้าพระราชวัง ยังดีที่เราซื้อ Museum Card มาตั้งแต่เมื่อวานเลยไม่ต้องไปต่อคิวให้เสียเวลา (เห็นถึงข้อดี Museum Card ก็ตอนนี้หล่ะครับ) พระราชวังท็อปกาปิ สร้างขึ้นตามบัญชาของสุลต่านเมห์เม็ตที่ 2 ผู้พิชิตคอนสแตนติโนเบิล พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งอาณาจักรออตโตมันในช่วงปี 1465-1856 หลังการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมันรัฐบาลตุรกีจึงแปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1924

พระราชวังท็อปกาปิ แบ่งออกเป็น สี่ส่วนลานกว้าง (Courtyard) และมีในส่วนฮาเร็ม (Harem) ด้วยฝนที่โปรยปรายไม่หยุด ทำให้เราเร่งรีบในการเดินเพื่อหลบฝนและไม่มีการศึกษาในแผนที่ของพระราชวังสักเท่าไหร่ หลังจากเข้ามาในพระราชวังแล้วเราก็มุ่งหน้าเข้าไปยัง Courtyard 3 ที่เป็นส่วนที่จัดแสดงสมบัติและวัตถุล้ำค่า  โดยมีของแสดงที่สำคัญอยู่ 2 สิ่งที่ไม่ควรพลาดชม Topkapi Dagger และ The spoonmaker’s Diamond ทั้งนี้ภายในส่วนจัดแสดงไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปครับ

772px-The_Topkapi_Diamond

Spoonmaker’s Diamond Credit Photo : wikipedia

topkapi-emerald-dagger-museum-palace-nadir-shah

Topkapi Dagger Credit Photo : samrose.com

หลังเข้าชมห้องเก็บสมบัติล้ำค่าต่างๆแล้ว พวกเราก็เดินต่อไปยังส่วนในสุด หรือที่เรียกว่า Imperial Sofa ซึ่งบริเวณนี้จะประกอบไปด้วยศาลาพักร้อนและพลับพลาเป็นจำนวนมาก และยังมีระเบียงให้ชมวิวเมืองอิสตันบูลที่สามารถมองเห็นหอคอยกาลาตาได้อย่างชัดเจน เสียดายวันที่ผมไปนั้นฝนตกตลอดเวลาเลยได้วิวมาแบบขมุกขมัวไปหน่อยครับ

DSC_9298

ลานหน้า Bangdad Pavillion

DSC_9288

ภายใน Bangdad Pavilion

DSC_9296

วิวเมืองอิสตันบูลพร้อมหอคอยกาลาตา

เมื่อดูเวลาแล้วดูจะผ่่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราต้องเร่งฝีเท้าเดินต่อไปยังส่วนฮาเร็ม Harem ถ้าเราซื้อตั๋วปกติมาการเข้าชมฮาเร็มจะต้องเสียค่าเข้าชมเพิ่ม ส่วนบัตร Museum Pass รวมค่าเข้ามาเรียบร้อยครับ Harem เป็นส่วนที่อยู่อาศัยของ พระราชชนนี พระชายา เจ้าจอม นางกำนัลและขันที ภายในนั้นมีห้องหับมากมายละลานตาไปหมด แต่ละห้องมีการตกแต่งที่สวยงามโดยเฉพาะโมเสกและกระจกสีที่ประดับภายในห้องต่างๆ แต่เวลาของพวกเราค่อนข้างจำกัดทำให้ต้องรีบเดินชมภายในอย่างรวดเร็ว เพราะมีจุดหมายอื่นที่ต้องไปเยี่ยมชมอีก

DSC_9316

โถงระเบียงทางเข้าสู่ส่วน Harem

DSC_9322

Harem of Topkapi Palace

DSC_9329

โมเสกและกระจกสีที่ประดับสวยงามในส่วน Harem

ออกจากพระราชวังท็อปกาปิ เราออกมารัปประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะรีบเดินทางต่อไปพระราชวังโดลมาบาชเช่ แต่ก็พบว่าพระราชวังนั้นปิดตอน 4 โมงเย็น (ซึ่งความเข้าใจแรกพวกเราเข้าใจว่าปิดตอน 6 โมงเย็น ก็เลยถือเป็นความผิดพลาดไปครับ) เราเลยตัดสินใจหันหัวกลับไปเดินช็อปกันที่ Spice Market ที่เค้าว่ากันว่าราคาสินค้าถูกกว่าแกรนด์บาซ่าร์ สินค้าที่ให้เลือกซื้อก็มีพวกของที่ระลึก ขนม Turkish Delight ชาแอ็ปเปิ้ล ผลแอปริคอทอบแห้ง หรือถั่วพิสตาชิโอ

DSC_9335

Spice Market

DSC_9332

ขนม Turkish Delight

ละลายเงินลีร่าใน Spice Market กันเรียบร้อย พวกเราก็ไปชมการแสดง Whirling Dervish Dance ที่ดูจะเป็นเอกลักษณ์การแสดงของตุรกี ควบคู่ไปกับระบำหน้าท้อง แต่โดยความเป็นจริงแล้ว Dervish Dance เป็นการเต้นในพิธีกรรมของนักบวชกลุ่ม Mevlevi

DSC_9338

โรงละคร Whirling Dervish Dance Show

ผู้แสดงจะสวมเสื้อขาวกระโปรงสีขาวพร้อมชุดคลุมสีดำ และมีหมวกขนอูฐทรงสูง ผู้แสดงจะถอดชุดคลุมสีดำออกอันหมายถึงจิตวืญญาณที่พร้อมไปสู่ความจริง และจะเริ่มเอามือมาทาบบนหน้าอกแบบไขว้กัน อันหมายถึง ความเป็นเอกภาพของพระเจ้า จากนั้นจะเริ่มทำการหมุนตัวโดยมือข้างขวาจะหงายขึ้นฟ้า เพื่อรับพลังจากพระเจ้า ส่วนมือข้างซ้ายก็คว่ำลงพื้นเพื่อถ่ายทอดพลังสู่พื้นโลก การหมุนจะหมุนขวาไปซ้าย ยิ่งดูก็ยิ่งทึ่งว่าเค้าหมุนกันได้ยังไงไม่รู้สึกเวียนหัวกันเลยเหรอ น่าเสียดายที่ไม่สามารถถ่ายภาพในสถานที่แสดงได้ แต่ผมก็ไปเก็บภาพมาจากร้านอาหารมาให้เพื่อนๆชมกัน อาจจะดูไม่อลังการเท่าการแสดงจริงน่ะครับ

DSC_9451

Whirling Dervish Dance ในร้านอาหาร

เป็นอันว่าโปรแกรมวันนี้่ผ่านไปแบบทุลักทุเลท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดเวลา พรุ่งนี้ไม่รู้สภาพอากาศจะเป็นอย่างไร แต่แผนเราคงต้องกลับไปแก้มือที่พระราชวังโดลมาบาชเช่เป็นแน่นอนครับ

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s